วิธีเลือกหมอนแก้อาการปวดคอ

วิธีเลือกหมอนแก้อาการปวดคอ

ไม่ว่าใครก็ปรารถนามีจะคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนอนเพราะว่าใช้เวลาถึง1 ใน 3 ของชีวิตในแต่ละวันเลยทีเดียว แต่ว่ายังคงมีอีกหลายๆคนที่ประสบเจอกับปัญหาไม่สามารถที่จะนอนเล่น เว็บบอล อย่างเป็นสุขได้เพราะว่าจะต้องทนกับอาการปวดคออยู่ทุกค่ำคืน ซึ่งตามที่เป็นจริงแล้วเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างง่ายๆเพียงแค่คุณจะต้องเลือกหมอนแก้ปวดคอให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถเลือกหมอนแก้ปวดคอได้อย่างเห็นผล ลองมาทำตามวิธีเลือกหมอนเหล่านี้ดู

หมอนที่ทำมาจากธรรมชาติ

  • หมอนที่ทำมาจากขนสัตว์ปีก เช่นหมอนที่ทำจาก ขนเป็ด ขนห่าน ขนนกกระจอกเทศ ซึ่งหมอนในกลุ่มนี้จะให้ความอ่อนนุ่มเบา และสามารถเข้าถึงในช่วงช่องว่างระหว่างคอศีรษะและที่นอนได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับลักษณะของการปวดคอเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าจะนิ่มและเตี้ยเป็นพิเศษ จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อหมอนขนสัตว์ปีกเหล่านี้ที่มีเนื้อแน่นพอสมควร โดยให้เลือกที่มีความสูงของหมอนอยุ่ที่4-6 นิ้ว
  • หมอนที่ทำมาจากใยธรรมชาติ ได้แก่ ใยฝ้าย หมอนที่ทำมาจากฝ้ายจะมีเนื้อที่นุ่มและแน่น และเมื่อใช้ไปเป็นเวลานานๆจะมีการยุบตัวทำให้หมอนมีเนื้อแข็ง ฉะนั้นถ้าหากคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนแล้วปวดคอเหมือนศรีษะตกหมอนจึงไม่เหมาะกับหมอนชนิดนี้ เพราะเหตุว่ามักจะสูงและมีเนื้อแข็งแน่นกระทั่งกดเส้นเลือดทำให้เลือดลมเดินไม่ดี
  • หมอนที่ทำมาจากเมล็ดพืช อย่างเช่น หมอนที่ทำมาจากเมล็ดถั่วต่าง รวมถึงเมล็ดพืชที่มีขนาดเล็กแต่กลมเกลี้ยง หมอนชนิดนี้จะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยทำให้ศีรษะเย็นสบาย มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณะตามการขยับเขยื้อนของร่ายกาย รวมทั้งปรับตามสรีระของผู้นอนด้วย

หมอนที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์

  • หมอนใยสังเคราะห์ เป็นหมอนที่ภายในบรรจุใยโพลีเอสเตอร์ มีความนิ่มเบา พองตัวสูง แต่ว่าอมฝุ่นละอองและความร้อน จึงไม่เหมาะกับคนที่มีอาการปวดต้นคอ
  • หมอนยางพารา และหมอนโฟม เป็นหมอนที่มีการอัดฉีดขึ้นรูปจากยางพาราและเนื้อโฟม ไม่สามารถที่จะโดนน้ำหรือตากแดดได้เพราะจะมีผลให้เนื้อแข็งและไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก มักจะมีการขึ้นรูปของหมอนแบบหมอนเพื่อสุขภาพ คือด้านหนึ่งต่ำและด้านหนึ่งสูงเพื่อรับกับช่องว่างของบริเวณต้นคอโดยที่ไม่ทำให้เงยหน้าในขณะนอนหลับ จึงเหมาะแก่คนที่มีอาการปวดต้นคอเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถรองรับต้นคอได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามสรีระของร่างกายแม้จะเปลี่ยนท่านอนแล้วก็ตาม